[PSE]Chapter5 1 Improvement

posted on 03 Mar 2014 21:13 by michaella
เอนทรี่ย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

 
 
Code
  [0702S252622C1106]
 
 
 
 
 
 
 
 

กล่าวกันว่าวันเวลาเเห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว...เเต่ไม่คิดเลยว่า จะรวดเร็วเช่นนี้

หลังจากงานเเต่งงานของมาสซอร์เเละเวริเมียร์ผ่านไปไม่นานนัก เอลิเชี่ยนก็เกิดสงครามภายในครั้งใหญ่นั่นคือ

การเเบ่งเอลิเชี่ยนออกเป็น2ฝ่าย   Gabliel Brotherhood(GB)  เเละLiberal Salvation League (LSL) ...

เเละสงครามครั้งนี้เองเป็นตัวตัดสินว่า

ความรัก…..ไม่อาจหยุดยั้งความคิด เเละตัวตนของเทวฑูตได้”


 

1ชั่วโมงก่อนที่สงครามจะเกิด

ในห้องประชุมหน่วยLSL หลังจากจบการประชุมวางเเผนออกตามหาดาบของมิคาเอล เหลือเพียง เทวฑูตที่เคยยิ้มเเย้มในชุดเจ้าสาว นั่งหลับตาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ในห้องประชุมที่เงียบสนิท

“........ริเมีย…..เวริเมียร์……..คุณเวริเมียร์ คะ” เสียงหวานใสกังวาลของเทวฑูตสาวเรียกชื่อเขาอยู่นานกว่าจะรู้สึกตัว

“เอ๊ะ …!!!! คุณดีว่า….เอ่อ ขอโทษ ครับ มีอะไรให้ช่วยรึครับ?”

ดีว่าส่ายหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ห่วงใย

“เปล่าหรอกค่ะ คุณเวริเมียร์เป็นอะไรรึเปล่าคะ เห็นนั่งเงียบตั้งเเต่ตอนประชุมเเล้ว”

“ ..อา..ไม่ครับๆ พอดีผมคิดอะไรไร้สาระอยู่น่ะ” มองเวลา “ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงในการเตรียมตัว งั้นเราไปกันเถอะครับ..”  เทวฑูตหนุ่มยิ้มรับก่อนจากรุกจากเก้าอี้

“เอ่อ คุณเวริเมียร์……….เอ่อ..”เทวฑูตสาวช่างใจพักนึงก่อนจะตัดสินใจพูด “ฉันเห็นด้วยกับคุณเกลดรอปนะคะ ภารกิจนี้...ถ้าคุณไม่สบายใจ ก็ถอนตัวดีกว่าคะ ...เราเเลกหน้าที่กันก็ได้นะคะ  ฉันจะไปค้นหาดาบ คุณก็ดูเเลฐาน….”

“ไม่ครับ!!” เสียงปฎิเสธดังฟังชัดจนหญิงสาวต้องหยุดชะงักไปก่อนจะพูดจบ “เอ่อ ขอโทษครับที่ทำให้ตกใจ เเต่ผมตัดสินใจเเล้วว่า ไม่ว่ายังไงผมจะต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จพร้อมกับทุกคน ผมมั่นใจว่าเเม้ต้องเผชิยหน้ากับ “เขา” ผมก็จะไม่ถอยหนี ในเมื่อนี่เป็นเส้นทางที่ผมเเละเขาเลือกไว้เเล้ว”

เเว่วเสียงปนเศร้านิดๆเเต่ก็หนักเเน่นพอที่จะทำให้อีกฝ่ายเชื่อถือ เเม้จะฝืนเเค่ไหนก็รู้ดีว่าในใจของเทวฑูตหนุ่มผู้นี้ต้องเจ็บปวดเพียงใดยามเมื่อต้องเผชิยหน้ากับคนรัก ที่อยู่อีกฝากของความคิด

“งั้น….เอ่อ..ระวังตัวให้ดีๆนะคะ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองพวกคุณ”

“ครับ งั้นฝากดูเเละฐานด้วยนะครับเเล้วพวกเราจะรีบกลับมา  ผมต้องไปเเล้วไม่งั้นคนอื่นๆจะรอ ”

 

เทวฑูตหนุ่มพูดด้วยเสียงอ่อนโยน ผงกหัวให้ก่อนหันหลังเดินออกประตูไป  ดีว่าเดินออกไปตามหยุดที่หน้าประตู มองไล่หลังอีกฝ่ายได้เเต่ภาวนาให้เอลิเชี่ยนกลับมาสงบสุขอีกครั้งโดยเร็ว

…………………………………………………..

อยากทำเป็นคอมิคทั้งหมด เเต่ดันมีงานเข้ามาอีกจนได้ เเว้...ขอบคุณผู้ติดตามอ่านทุกท่านค่ะ 
 
ขอบคุณตัวละครประกอบในอีเว้นนะคะ : มาสซอร์ -เวริเมียร์- เเอนเดรีย -เชอรี่ -มากิซซ่า ขออภัยที่เอาตัวละครมาเขียนโดยไม่ขอก่อน ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ณที่นี้ค่ะ


 

[PSE]Chapter4 The Shapherd Boy

posted on 08 Feb 2014 15:02 by michaella
อีเว้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู
 
 
 
 

หลังจากการตายข่าวการเสียชีวิตของอัครเทวฑูตเรมิเอล กระจายไปทั่วเอลิเชี่ยนก็อยู่ในภาวะโศกเศร้า เป็นเวลานานผ่านไปแล้วประมาณ1เดือน   “ ผู้ตายไม่อาจฟื้น เสียใจไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา สิ่งที่ทำเพื่อท่านผู้ล่วงลับได้คือ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเเทนส่วนของเขา “  นั่นคือสิ่งที่อัครเทวฑูตรากุเอล กล่าวไว้เตือนใจผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

หลังจากผ่านเรื่องวุ่นวายมาเเล้วเป็นเวลา1เดือน ดีว่า กราเซีย เทวฑูตสาวเเห่งหน่วยMS ยังคงเตือนใจตัวเองถึงเรื่องที่ผ่านมาทุกครั้ง เมื่อมองตัวเองผ่านกระจกโต๊ะเครื่องเเป้งก่อนออกไปทำงาน หญิงสาวยังคงไปทำงานตามปกติราวกับเรื่องที่ผ่านมาเป็นเพียงความฝัน  เพื่อนที่ทำงานเเละคนอื่นๆเหมือนจะลืมไปแล้วว่าครั้งนึงเธอเคยเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายเเรงมาก่อน

  หลังจากดูเเลงานในส่วนของของหน่วยMSเสร็จ ทุกวันพุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เธอจะลงไปที่โลกมนุษย์เพื่อสอนร้องเพลงกับเหล่ามนุษย์ เเน่นอนว่านี่คือสิ่งที่คอยเยียวยาจิตใจของเธอได้เป็นอย่างดี

 
ทว่ามีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่เธอทำนอกเหนืองานประจำวันของ นั่นคือ ทุกเช้าเธอจะหอบช่อดอกไม้ไปที่โบสถ์ที่ตกเเต่งอย่างสวยงามซึ่งเปนที่พักผ่อนชั่วนิรันดรืของอัครเทวฑูตเรมิเอล เเละเพื่อนๆหน่วยพิเศษที่เจอกันเเละทำงานร่วมกันไม่นานมานี่เอง เเม้ว่าจะเพิ่งเจอกันไม่นาน เม้ว่าจะได้คุยกันไม่กี่คำ  เเต่นี่เป็นสิ่่งเดียวที่เธอจะทำให้เเด่อัรคเทวฑูต เเละพวกพ้องผู้จากไป….
 

----------------------------------

“นี่ค่ะ คุณเเดริล” ดีว่ายื่นซองจดหมายสีน้ำตาลที่เปิดผนึกเรียบร้อยให้กับ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เขาบอกว่าเป็นคนของหน่วย “Gabriel Brotherhood” ชายตรงหน้าเปิดผนึกออกหยิบเนื้อในกระดาษขึ้นมากวาดสายตาคร่าวๆ ก่อนจะเก็บเข้าซองเปิดผนึกอย่างเดิม

“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือครับ คุณดีว่า กราเซีย ผมขอตัวก่อนะครับ” เทวฑูตระดับสูงผงกศีรษะลงตามมารยาททำให้เธอต้องรีบโน้มศีรษะลงอย่างน้อบโน้มตอบ  เมื่อร่างสูงใหญ่ลาลับไปเธอได้เเต่พึมพำกับตัวเอง


 

“พระบิดา...ท่านเรมิเอล…..หวังว่าการตัดสินใจของฉันในครั้งนี้ จะไม่ใช่เรื่องผิดพลาด…”


 

[PSE]Chapter3 The Vestal Rat

posted on 28 Jan 2014 11:52 by michaella
 
 
 
 

เสียงฆ้อนของผู้พิพากษาดังขึ้นกลบเสียงดังเซ็งเเซร่ทั่วทั้งศาล ..ผลการตัดสินโทษของดีว่า กราเซียกำลังจะถูกเปิดเผย ในคดีฆ่าเทพีไอริส ….


 

  อัครเทวฑูตรากุเอลหัวหน้าหน่วยพิพากษาตัดสินให้ปล่อยตัวเธอ เพราะ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเเผนการณ์ของอัครเทวฑูตมิคาเอล ที่ขึ้นมาปั่นป่วยบนเอลิเชี่ยน พร้อมกับกองสอดเเนมของอบิสอีกจำนวนนึง เเต่ถึงกระนั้นต้องมารายงานตัวทุกๆ15วัน   

  เเม้ดีว่าจะตัดพ้อการกระทำของมิคาเอลที่หลอกลวงเธอเพื่อฆ่าไอริสทั้งที่ไม่ได้อยากทำ  เเถมมาในร่างท่านรากุเอลซึ่งเป็นหัวหน้าของเธอ  ทำให้หญิงสาวต้องฝืนใจฆ่าผู้บริสุทธิ์ไป  ทว่าความผิดของเธอไม่ได้หมดไปซะทีเดียว  

  ดีว่า ได้เข้าร่วมหน่วยพิเศษเพื่อตามหาอัครเทวฑูตเรมิเอลที่หายตัวไปอย่างลึกลับเพื่อลบล้างความผิดโดยมีสมาชิกร่วมหน่วยอีก4คน

1.โจชัวร์ สมิทธ์  /หัวหน้าหน่วย / เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง มีระเบียบวินัย ทำก่อนคิด
2.อเล็กซิส เพรย์ตัน / เป็นคนเรียบร้อยแต่ตัดสินใจเด็ดขาด เด็ดเดี่ยว เป็นกุลสตรี

3.เฮย์เดน ทรอย / เป็นคนเหยาะแหยะ ขี้แหย ขี้แง ลูกแหง่ แต่ฉลาดมาก

4.เจเดน พาร์คเกอร์ /  เป็นคนใจร้อน ใจกล้า มีไหวพริบ


 

  ขณะที่กำลังวางเเผนปฎิบัติงาน  เจเดนสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนอยู่หน้าห้อง เเต่พอออกไปดูกลับไม่เห็นใรนอกจากซองสีน้ำตาล ด้านในมีคลิปวีดีโอ เเละโค้ชลับอะไรบางอย่าง เมื่อเปิดคลิปดู ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น…

ท่านเรมิเอล โดนจับเเละถูกทรมาณอย่างสาหัส

สร้างความกราดเกรี้ยวให้คนในทีมเป็นอย่างมาก สำหรับดีว่านึกเป็นห่วงเรมิเอลจับใจ จึงร่วมมือกับทุกคนช่วยกันเเก้ไขระหัสที้มาพร้อมกับคลิป จนรู้ตัวคนส่งจดหมาย นั่นคือ เทวฑูตในหน่วยPRD ชื่อALICE

ทุกคนรุดหน้าไปยังหน่วยPRDเพื่อจับALICE ทว่าเทวฑูตสาวคนนั้นกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย


 

ทิ้งไว่เพียงเเผนผังบางอยู่ที่ลองพิจารณาดูเเล้ว นั่นคือโกดังเเห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เเละนั่นคือเป้าหมายครั้งต่อไป

-----------------------------------


 

โกดังเเห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

  หน่วยพิเศษเเยกย้ายกันตามหาเบาะเเสของอัครเทวฑูตเรมิเอล โดยที่เเบ่งทีมออกไปค้นหา โจชัวร์กับเฮเดย์ไปอีกทาง ส่วนดีว่า เจเดน เเละอเล้กซิสไปอีกทาง  ซักพักก้ได้ยินเสียงร้องอย่างหวาดกลัวของเฮเดน ชายที่ควรจะอยู่กับหัวหน้าทีมวิ่งกลับมาอย่างตระหนก  “หะ...หัวหน้าตายเเล้ว !!”

  ทุกคนรีบไปที่เกิดเหตุ  เเต่เเล้วต้องเจอกับภาพที่น่าตกตะลึง สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ ร่างของโจชัวร์ถูกตราตรึงด้วยลิ่มติดกับดำเเพง เลือดไหลอาบทั่วผนังเป็นความสยอดสยองปนความเศร้าของคนในหน่วย ทุกคนช่วยกันพาร่างของหัวหน้าลงมา บ้างก็เริ่มหวั่นกลัวที่จะไปต่อ ขณะที่อีก3คนกำลังปรึกษาว่าจะทำยังไงต่อ  ดีว่าพุดขึ้นมาว่า

“ ฉันไม่อยากให้หัวหน้าต้องตายเปล่า พวกเรามาสานต่องานให้เสร็จกันเถอะค่ะ”


 

  ในขณะที่ทุกคนกำลังลังเล ดีว่าเดินไปสำรวจห้องอื่นๆ จนกระทั่งถึงประตูห้องสุดท้ายที่ต้องป้อนระหัสผ่านเข้าไป ในขณะที่กำลังงงกับปริศนา  อเล็กซิส เฮย์เดน เจเดน ก็ตามมาสมทบ เเละช่วยกันเเก้ปริศนาจนได้ระหัสเปิดประตู  

  เมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน ไม่มีวี่เเววของสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่ในนั้น นอกจากลูกตาสีมะกอกซึ่งเป็นสีตาของอัครเทูตเรมิเอลกับไพ่คนห้อยหัว กับจดหมายกลับด้านฉบับหนึ่ง ที่เขียนข้อความท้าทายพวกเขาไว้


มาช้าไปแล้ว  ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวเขาก็ไม่เหลือซากหรอก  เดาสิ เดา ว่าที่ต่อไปฉันจะพาเขาไปที่ไหน”

---------------------------------------------

ตอนนี้ทุกคนกำลังมืดเเปดด้านกับที่ที่จะสืบหาตัวท่านเรมิเอล เบาะเเสมีเพียง ดวงตาข้างหนึ่งของเรมิเอล ที่บัดนี้นำไปให้รากุเอลเเล้ว

ในขณะที่ดีว่ากำลังใช้ความคิดอยู่นั่นเอง  มืกิซซ่าเพื่อนสนิทคนนึงของดีว่าวิ่งเข้ามาเขาพร้อมกับแจ้งข่าว เรื่องการตายของออคัส คนเฝ้าประตูนรกฝั่งอบิส ทางอบิสโกรธมาก กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของฝั่งเทวฑูต

ซึ่งในตอนนี้อัครเทวฑูตรากุเอล  สุโอระดับสูงในหน่วยMS ไปเจรจากับอบิสเพื่อหาข้อสรุปของเรื่องนี้  ขณะที่อาเบลติดต่อโจเซฟให้มาช่วยชันสูตรศพของออคัส  ก่อนที่หมอโจเซฟจะมาถึงดีว่า สำรวจร่างที่เปื่อยยุ้ยราวกับโดนสัตว์ร้ายขย้ำซะหมดสภาพ ...และโดนแขวนอยู่บนต้นไม้....ทำให้เธอเอะใจขึ้นมาเกี่ยวกับไพ่คนห้อยหัวที่คนร้ายทิ้งไว้ หรือนี่จะมีความเกี่ยวข้องกันรึเปล่า หลังจากที่หญิงสาวสำรวจตามร่างกายแล้วไม่พบอะไร จนกระทั่งเห็นบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ

               ที่อะไรบางอย่างอยู่ในช่องปากของออคัส  

ดีว่าง้างปากของออคัสเอาสิ่งนั้นออกมาดู มันคือเศษกระดาษแผ่นเล็กๆที่เขียนด้วยตัวพิมพ์ว่าเบธเลเฮม อิสราเอล  เมืองที่ประสูตรของเยซู คริสต์ ซึ่งตรงกับระหัสทางเข้าประตูห้องลับนั้น  ดีว่ารีบติดต่อไปยังเพื่อนร่วมหน่วยพิเศษถึงเป้าหมายค้นหาต่อไป

---------------------------------------------------------------------

นาซาเร็ธ เบธเลเฮม

ดีว่าและทีมหน่วยพิเศษพากันมาที่เมืองนี้ ทุกคนในทีมเล็งเห็นถึงความสามารถและความเป็นผู้นำของหญิงสาวจากหน่วยMS จึงตกลงใจให้ดีว่าเป็นหัวหน้าทีมคนต่อไป แม้จะเป็นเพียงเบรสคลาสก็ตาม ทุกคนแยกย้ายกันตามหาร่องลอยของเรมิเอลอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่พบอะไรเลย หรือว่าข้อสันนิษฐานของเธอจะผิด

ตอนนี้ท่านเรมิเอลอยู่ที่ไหนกันแน่ ระหว่างที่ทุกคนกำลังอ่อนล้าและเริ่มท้อแท้  มีกระดาษแผ่นนึงปลิวมาตามลม ก่อนที่จะลอยมาแปะหน้า ดีว่าจับกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาสำรวจอย่างพินิจ

นี่เป็นใบประกาศจับของคนที่ชื่อโจ๊กเกอร์  แต่ตรงที่ควนจะเป็นรูปคนร้ายกลายเป็นรูปคิวอาร์โค้ท ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ของมนุษย์ในการสำรวจ เจเดนหยิบมือถือตนขึ้นมาตรวจเช็คคิวอาร์โค้ทนั้น แล้วก็พบที่หมายใหม่ที่ต้องไปสำรวจ.........

----------------------------------------------------------------


ปาแลร์โม อิตาลี่

ดีว่าและหน่วยพิเศษมาถึงโบสถ์แห่งหนึ่ง ในเมืองปาแลร์โม ที่นี่เป็นเหมือนสุสานของพวกนักบวชหรือนักบุญผู้ศรัทธาในพระเจ้า

ศพของพวกเขาเรียงรายกันอยู่เต็มผนังโบสถ์ราวกับเป็นเครื่องประดับ พวกเขาแยกย้ายกันสำรวจโดยแบ่งเป็น 2 ทีม ดีว่าไปเดินสำรวจกับเจเดน  และให้อเล็กซิสไปกับเฮย์เดน   

ระหว่างทางที่ดีว่ากำลังเดินสำรวจเส้นทางกับเจเดน เธอได้ยินเสียงแปลกๆดังจากด้านหลัง

ชั่วเวลาพริบตาที่หันกลับไปมองเจเดนสหายที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันก็โดนจับห้อยคออยู่บนเพดาน

ในสภาพที่สิ้นใจแล้ว ดีว่ารีบพาตัวสหายร่วมทีมลงมาสำรวจสภาพศพพบว่ามีรอยแผลบาดลึกที่คอ

แสดงว่าเขาไม่ได้ถูกรัดคอตาย  แต่โดนบาดคอตายก่อน...ดีว่าโศกเศร้ากับสหายหนุ่มที่เพิ่งพบกัน

อเล็กซิสและเฮย์เดนก็รีบตามมาสมทบก่อนที่ร่างของเจเดนจะสลายไป  ทั้งสองต่างก็เสียใจ

กับการจากไปอย่างกระทันหันของเจเดน  ในตอนนี้เฮย์เดนเริ่มแสดงอาการหวาดผวาอย่างเห็นได้ชัด

ดีว่าและอเล็กซิสช่วยกันหิ้วปีกเขาเข้าไปจนถึงด้านใน .. แต่สิ่งที่รอพวกเธออยู่กับไม่ใช่คนร้ายหรือเรมิเอล กลับเป็นท่อนแขนสีขาวซีดทางอยู่กับพื้นราวกับของไร้ค่า  เดาได้ไม่อยากเลยว่าเป็นแขนของใคร...

เมื่อสำรวจท่อนแขนนั้นดีๆแล้วพบว่า มีจุดที่ปูดโบนขึ้นมาอย่างผิดสังเกต ดีว่าตัดสินใจ ใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาค่อยๆเลาะเนื้อท่อนแขนส่วนนั้นออกมาจนสำเร็จ ด้นในพบกระดาษเปื้อนเลือดที่เขียนด้วยตัวอักษรพิมพ์ว่า

Basillica of Saint Peter, Vatican "

-----------------------------------------------------


Basillica of Saint Peter, Vatican

            ในตอนนี้ เฮย์เดนไม่เหลือความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายอะไรอีก เขาขอถอนตัวออกจากภารกิจนี้ เหลือเพียงดีว่าและอเล็กซิสที่ดึงดันจะตามหาตัวเรมิเอลให้พบตามภารกิจ

ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังกรุงวาติกัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นน่าแปลกใจที่เจ้าคนร้ายนั่นกล้ามาเหยียบที่นี่

ทั้งที่ปกติที่นี่จะที่นี่มีผู้คนมากมายแต่ในวันนี้กลับไม่เห็นร่องลอยของสิ่งมีชีวิตอื่นใด

2สาวมาถึงหน้าประตูทางเข้าที่เปิดรอพวกเขาราวกับเชื้อเชิญให้เข้าไป

นี่อาจจะเป็นกับดัก.....ดีว่าให้อเล็กซิสรออยู่ด้านนอก ส่วนตัวเธอข้าไปสำรวจด้านใน

สิ่งที่เธอพบเห็นคือกล่องกระดาษใบใหญ่ใบนึง ปิดผนึกทิ้งไว้อย่างดีตั้งเด่นอยู่กลางห้องโถงใหญ่

นี่อาจจะเป็นกับดักของคนร้าย แต่ดีว่าไม่มีทางเลือก หญิงสาวปลดพันธนาการของกล่องใบนี้ออกจนหมด

เมื่อเปิดฝากล่องออกมาพบสิ่งที่อยู่ด้านในถึงกับเบิกตาค้าง ....ยกมือข้างนึงมาทาบอก อีกข้างหนึ่งปิดปาก น้ำตาเเห่งความตกใจ เสียใจ เเละโสกเศร้าค่อยๆพรั่งพรูออกมา เมื่อเห็นร่างของเรมิเอลนอนขดตัวในกล่องใบนั้น ทุกสิ่งที่อย่างในกล่องนั้นเงียบสนิท ไม่มีสัญญาณใดๆบ่งบอกเลยว่าอัครเทวฑูตในกล่องนั้นยังมีชีวิตอยู่  

อเล็กซิสที่เห็นว่าเข้าไปนานเเล้ว เกิดเป็นห่วงเลยตามเข้ามา เเต่เมื่อเห็นสภาพของเรมิเอลก็เข่าอ่อนทันที .. “ทะ…...ท่าน….เรมิ...เอล…….ไม่จริง”  อเล็กซิสพุดเสียงสั่น น้ำตาเริ่งไหลออกมา “ไม่น่าเลย” มือเรียวสวยสัมผัสไหล่ที่บอบบางของเทวฑูตสาวรุ่นน้อง ขณะนั้นเองดีว่าสังเกตเห็นข้อความที่คนร้ายทิ้งเอาไว้

“เห็นตัวอย่างเเล้วรึยัง”

เเต่พวกเธอหาได้สนใจคำเตือนนั้นไม่ สิ่งที่เธอคิดในตอนนี้มีเเต่ความเเค้นเคืองเเละเสียใจที่ตนเองไม่อาจปฎิบัติหน้าที่สำเร็จ “ ท่านเรมิเอล  หลับให้สบายเถอะนะคะ ที่เหลือพวกเราจะเป็นคนจัดการให้เอง

-------------------------------------------------------------------------

หลังจากรายงานผลเละส่งศพอัครเทวฑูตเรมิเอลให้กับอัครเทวฑูตรากุเอล ดีว่าได้รับคำสั่งอีกอย่างคือให้ไปช่วยงานคนในหน่วยFAD ที่กำลังระส่ำระส่ายกับการจากไปของหัวหน้าหน่วยกะทันหัน  ขณะที่กำลังจัดของบนโต๊ะ เทวฑูตสาวเจอซองสีน้ำตาลเข้มที่เขียนไว้ว่า “พินัยกรรม” ด้วยความสงสัยเธอลองเปิดซองออกมาเปิดอ่าน  เเล้วก็ได้ล่วงรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้  เเละความทรมาณของเรมิเอลตลอดมา…

----------------------------------------